ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยเมื่อใช้งาน Software as a Service (SaaS)

SaaS ช่วยให้องค์กรทำงานเร็วขึ้น แต่ถ้าจัดการสิทธิ์ไม่ดี ข้อมูลสำคัญอาจถูกเปิดเผยโดยไม่รู้ตัว

ทุกวันนี้องค์กรจำนวนมากใช้ SaaS สำหรับงานประจำวัน เช่น การแชร์ไฟล์ การจัดการโปรเจ็กต์ CRM, Marketing Automation, Video Conference, Calendar และเครื่องมือวิเคราะห์โฆษณา

ข้อดีคือใช้งานง่ายและขยายทีมได้เร็ว
แต่ความเสี่ยงคือข้อมูลสำคัญจำนวนมากไม่ได้อยู่แค่ในระบบภายในองค์กรอีกต่อไป

สำหรับ SecStrike ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ว่า “เราใช้ SaaS ตัวไหนบ้าง” แต่คือ:

ใครมีสิทธิ์เข้าถึงอะไร อยู่ในระดับไหน และสิทธิ์นั้นยังจำเป็นอยู่หรือไม่?


ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงอย่างสม่ำเสมอ

หลายองค์กรให้สิทธิ์ระดับสูงกับพนักงาน ทีมงาน หรือหน่วยงานที่ต้องใช้ข้อมูลในการทำงาน เช่น admin access, finance access หรือสิทธิ์ export ข้อมูล

ปัญหามักเกิดขึ้นเมื่อสิทธิ์เหล่านั้นไม่ได้ถูกตรวจสอบซ้ำ

ตัวอย่างที่พบบ่อย:
พนักงานเคยอยู่ทีม Finance จึงมีสิทธิ์เข้าถึงไฟล์งบประมาณ แต่ภายหลังย้ายทีมแล้ว สิทธิ์เดิมยังคงอยู่

สิ่งที่ควรทำ:

  • ใช้หลัก least privilege ให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น
  • ตรวจสอบ admin account และ privileged account เป็นรอบ
  • ปิดสิทธิ์ของพนักงานที่ลาออกหรือย้ายตำแหน่งทันที
  • บันทึกและตรวจสอบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญ

OWASP ระบุว่า Broken Access Control คือกรณีที่ผู้ใช้สามารถทำสิ่งที่เกินกว่าสิทธิ์ที่ควรได้รับ และมักนำไปสู่การเปิดเผยหรือแก้ไขข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต


หลีกเลี่ยงการใช้ Public Link กับไฟล์สำคัญ

การแชร์ไฟล์ผ่าน public link อาจสะดวกมาก โดยเฉพาะเวลาทำงานกับหลายทีม หลาย vendor หรือหลาย project

แต่ public link มีความเสี่ยงสูง เพราะใครก็ตามที่มีลิงก์อาจเข้าถึงข้อมูลได้ หากไม่มีการจำกัดสิทธิ์เพิ่มเติม

ตัวอย่างที่พบบ่อย:
ทีม project แชร์โฟลเดอร์ให้ vendor ผ่าน “anyone with the link” แล้วลืมปิดลิงก์หลังจบงาน

สิ่งที่ควรทำ:

  • หลีกเลี่ยงการใช้ “anyone with the link” กับไฟล์สำคัญ
  • ใช้การแชร์แบบระบุอีเมลหรือกลุ่มผู้ใช้
  • กำหนดวันหมดอายุของลิงก์
  • ตรวจสอบ external sharing เป็นประจำ
  • ปิดสิทธิ์ vendor หรือ partner หลังจบ project

ปกป้องข้อมูลทางการเงินด้วยสิทธิ์ที่เข้มงวด

งบการเงิน รายงานรายได้ ใบแจ้งหนี้ ข้อมูล payroll และข้อมูลธนาคาร เป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูง

หากบุคคลภายนอกหรือผู้ใช้ภายในที่ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ องค์กรอาจเผชิญทั้งความเสียหายทางธุรกิจ ความเสี่ยงด้านกฎหมาย และความเสียหายด้านความเชื่อมั่น

ตัวอย่างที่พบบ่อย:
ไฟล์งบประมาณถูกแชร์กับทีมกว้างเกินไป หรือมีอดีตพนักงานยังเข้าถึง drive เดิมได้

สิ่งที่ควรทำ:

  • แยกสิทธิ์ของ finance data ออกจากข้อมูลทั่วไป
  • ใช้ MFA กับบัญชีที่เข้าถึงข้อมูลการเงิน
  • ตรวจสอบการ download, export และ sharing
  • ตั้ง alert เมื่อมีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น login จากประเทศใหม่ หรือ download จำนวนมาก
  • พิจารณาใช้แนวทาง Identity Threat Detection and Response (ITDR) เพื่อช่วยตรวจจับพฤติกรรมที่เสี่ยง

ปกป้องข้อมูลลูกค้าใน CRM และ Marketing Platform

ข้อมูลลูกค้าที่อยู่ในระบบ CRM, Marketing Automation, Sales Development Representative tools หรือ customer support platform มักรวมทั้งชื่อ เบอร์โทร อีเมล ตำแหน่ง ประวัติการติดต่อ และข้อมูลเชิงพฤติกรรม

ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ข้อมูลทางการตลาด แต่เป็นข้อมูลที่กระทบความไว้วางใจของลูกค้าโดยตรง

ตัวอย่างที่พบบ่อย:
พนักงานฝ่ายขายที่ลาออกแล้วยังมีสิทธิ์ export customer list จาก CRM ได้

สิ่งที่ควรทำ:

  • เปิดใช้ MFA สำหรับ CRM และระบบที่เก็บข้อมูลลูกค้า
  • จำกัดสิทธิ์ export และ bulk download
  • ตรวจสอบ user activity และ access log
  • แยกสิทธิ์ระหว่าง sales, marketing, support และ admin
  • ทบทวนสิทธิ์ของผู้ใช้งานเป็นประจำ

ติดตาม Application ที่เชื่อมต่อกับ SaaS หลัก

หลายองค์กรเชื่อมต่อ SaaS หลักกับ application อื่นเพื่อเพิ่มความสะดวก เช่น Calendar Apps, Video Conference Plugin, Project Management Tools, Ad Optimisation Tools หรือ AI productivity tools

ปัญหาคือ application เหล่านี้มักขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล เช่น contacts, email, calendar, files หรือ analytics account

ตัวอย่างที่พบบ่อย:
พนักงานติดตั้ง plugin เพื่อช่วยจัดประชุม แต่ plugin นั้นขอสิทธิ์อ่าน calendar และ contacts ทั้งหมด

สิ่งที่ควรทำ:

  • ตรวจสอบ OAuth apps และ third-party integrations
  • ปิด application ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว
  • ห้าม app ที่ไม่ผ่านการอนุมัติเข้าถึงข้อมูลสำคัญ
  • จำกัดสิทธิ์ app ให้เท่าที่จำเป็น
  • ตรวจสอบ integration ที่มีสิทธิ์ admin หรือ write access

CISA และ NSA มีแนวทางด้าน cloud security ที่เน้นการจัดการ identity และ access management รวมถึงการทบทวน security-relevant changes ของเครื่องมือ MFA และการควบคุมความเสี่ยงจากระบบ cloud และ SaaS ที่เชื่อมต่อกัน


สรุป: SaaS Security Checklist สำหรับองค์กร

ก่อนใช้งาน SaaS ในระดับองค์กร ควรตรวจสอบอย่างน้อย 5 เรื่องนี้:

  1. ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง
    ใครมีสิทธิ์อะไร และยังจำเป็นอยู่หรือไม่
  2. หลีกเลี่ยง public link กับข้อมูลสำคัญ
    ใช้การแชร์แบบระบุผู้ใช้ และตั้งวันหมดอายุของลิงก์
  3. ปกป้องข้อมูลทางการเงิน
    ใช้ MFA, logging, alert และ access control ที่เข้มงวด
  4. ปกป้องข้อมูลลูกค้า
    จำกัด export, ตรวจสอบ activity และทบทวนสิทธิ์ของ CRM / Marketing platform
  5. ติดตาม third-party application ที่เชื่อมต่อ
    ตรวจสอบ OAuth, plugin, integration และสิทธิ์ที่ application เหล่านั้นได้รับ

SecStrike ช่วยอะไรได้บ้าง?

SecStrike ช่วยองค์กรตรวจสอบความเสี่ยงของ SaaS และระบบที่เกี่ยวข้องผ่านบริการ Vulnerability Assessment, Web Application Penetration Testing, API Penetration Testing, Cloud Asset Scan และ Security Configuration Assessment โดยเน้นการหาช่องโหว่ที่ผู้โจมตีอาจใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงการสร้างรายการช่องโหว่ยาว ๆ ให้ทีม IT ต้องคัดกรองเอง

แนวทางของ SecStrike สอดคล้องกับข้อความหลักของแบรนด์: “ค้นหาช่องโหว่ก่อนที่ผู้โจมตีจะพบ” และใช้การสื่อสารที่เน้นความพร้อม การควบคุมความเสี่ยง และการแก้ไขเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่การสร้างความกลัวเกินจริง

ไม่แน่ใจว่า SaaS ที่องค์กรใช้อยู่มีความเสี่ยงตรงไหนบ้าง?

Request a Free Consultation with SecStrike  www.secstrike.ai

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top